เห็ดหลินจือ, ถั่งเช่า,สมุนไพรบำบัดรักษาโรค,โรคมะเร็ง,โรคไต,โรคตับ,หัวใจ,เบาหวาน บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ
เห็ดหลินจือแดงสกัด และถั่งเช่าทิเบต สมุนไพรรักษาโรค https://www.facebook.com/alternativecomplete
หน้าแรก     เห็ดหลินจือแดง 6 สายพันธุ์     สั่งซื้อเห็ดหลินจือ     โปรโมชั่น     ถั่งเช่าทิเบต     สั่งซื้อถั่งเช่า     วิธีการชำระเงิน     ติดต่อ    
เห็ดหลินจือแดงสกัด 6 สายพันธุ์ บำรุงร่างกาย ,สมุนไพรบำบัดรักษาโรค,โรคหัวใจ,โรคตับ,โรคไต,เบาหวาน,มะเร็ง

ลูกค้าประจำ
สั่งซื้อเห็ดหลินจือ
คลิกที่นี่ ค่ะ
 
เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือสกัดดีอย่างไร
ฟาร์มเพาะเห็ดหลินจือแดง
ผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแดงสกัด

 
เห็ดหลินจือ [lingzhi] คืออะไร
สารสำคัญในเห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ รักษาโรค
เห็ดหลินจือกับโรคหัวใจ
เห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง
เห็ดหลินจือ- มะเร็งลำไส้ใหญ่
วิจัยเห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง
วิธีการบริโภคเห็ดหลินจือ
คำถามที่พบบ่อย
 
ถั่งเช่า
ถั่งเช่า คืออะไร
สรรพคุณ ถั่งเช่า
สารสำคัญในถังเช่า
ถั่งเช่ารักษาโรคภูมิแพ้และหอบหืด
ถั่งเช่าบำรุงร่างกายนักกีฬา
ถั่งเช่า ข้อมูลจากสำนักงานสมุนไพร
 
สมุนไพรรักษาโรค
โรคมะเร็ง
โรคไต
โรคตับ
โรคหัวใจ
โรคเบาหวาน
ไขมันในเส้นเลือด
โรคเอดส์
 
อาการของโรค
โรคไต
โรคตับ
โรคหัวใจ
 
ความรู้สมุนไพร
ขมิ้นชัน
ปัญจขันธ์
กระชาย
ใบบัวบก
พลูคาว
หญ้าปักกิ่ง
อาร์ติโชค
 
ธรรมะบำบัดโรค
ฟังธรรมบำบัดโรค
กรรมฐานรักษาโรค
หนังสือพุทธธรรมบำบัด
อุทิศผลบุญรักษาโรค
ศาลเจ้าพ่อเสือ
 
ธรรมชาติบำบัด
แมคโครไบโอติกส์
 

 
ตรวจสอบสถานะการส่งสินค้า
ตรวจสอบสถานะการส่งสินค้า

 

 
พบคำตอบได้ที่นี่
ปัญหาโรคเรื้อรัง ต้อง
เห็ดหลินจือแดงสกัด 6 สายพันธุ์


เห็ดหลินจือสกัดช่วยคุณได้

เห็ดหลินจือสกัดมีดีอย่างไร
คลิกเลย !

 

เห็ดหลินจือ หลิงจือ Lingzhi

Tags: เห็ดหลินจือ
 
  เห็ดหลินจือ ยาเซียน

เห็ดหลินจือ หรือที่ชาวจีนเรียกว่า เห็ดหลิงจือ "Lingzhi" นิยมบริโภคเพื่อบำรุงร่างกาย ป้องกันและรักษาโรค ซึ่งในปัจจุบันสายพันธุ์ที่นิยมบริโภคเพื่อบำรุงร่างกาย รักษาโรคมากที่สุด คือสายพันธุ์แดงหรือน้ำตาลแดง เนื่องจากมีสารที่เป็นประโยชน์มากที่สุด

เห็ดหลินจือ ( Lingzhi) เป็นยาจีนที่ใช้กันมานาน นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้สร้างกำแพงเมืองจีน เป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เซินโหลงเปิ่นฉ่าวจิง” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะได้ดีเยี่ยมและสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้

ในคัมภีร์โบราณ “เซินโหลงเปิ่นฉ่าวจิง” ยังได้แบ่งสมุนไพรออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นสูง กลาง และต่ำ สมุนไพรที่จัดอยู่ชั้นสูงนั้นเป็นยาประเภทอายุวัฒนะ ยาบำรุง ไม่เป็นพิษเป็นภัย มีความปลอดภัยสูง และกินได้ระยะยาว ซึ่งคนจีนโบราณเขาจัดเห็ดหลินจือ ว่าเป็นสมุนไพรในชั้นสูงเช่นเดียวกันกับโสม ซึ่งสมุนไพร 2 ชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงเช่นกัน ซึ่งในคำภีร์โบราณแสดงในเราเห็นว่าคนจีนสมัยก่อนมองว่าเห็ดหลินจือเป็นยาบำรุงร่างกาย จัดเป็นยาอายุวัฒนะอย่างดี ไม่มีพิษมีภัย กินได้ระยะยาว

เห็ดหลินจือ (Lingzhi) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum (Fr.) Karst. ซึ่งมีชื่อเรียกต่างๆ กันไปตามท้องถิ่น ชาวจีนนิยมเรียกเห็ดชนิดนี้ว่า "หลิงจือ" ส่วนชาวไทยส่วนใหญ่นิยมเรียกเห็ดชนิดนี้ว่า "หลินจือ" แต่คนไทยบางคนเรียกเห็ดอมตะ เห็ดจวักงู หรือบางคนก็เรียกว่า เห็ดหมื่นปี การใช้ชื่อเห็ดหมื่นปีจะสอดคล้องกับความเชื่อที่ว่ากินแล้วจะอายุยืน เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันในที่นี้ขอเรียกเห็ดชนิดนี้ว่า "เห็ดหลินจือ"

เห็ดหลินจือนิยมบริโภคเพื่อบำรุงร่างกาย ป้องกันและรักษาโรค ซึ่งในปัจจุบันสายพันธุ์ที่นิยมบริโภคเพื่อบำรุงร่างกาย รักษาโรคมากที่สุด คือเห็ดหลินจือแดงหรือน้ำตาลแดง เนื่องจากมีสารที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
 
เห็ดหลินจือแดง

นพ. ชวลิต สันติกิจรุ่งเรือง นายแพทย์ใหญ่กรมการแพทย์ ได้แปลเรื่องเห็ดหลินจือจากคัมภีร์ยาจีนมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

ตารางจำแนกสายพันธุ์ของเห็ดหลินจือตามสี
เห็ดหลินจือแยกตามสี สีของเห็ด สรรพคุณทางยา
ชิงจือ หลงจือ สีเขียว บำรุงตับ สายตา ระบบประสาท
ชือจือ ตันจือ สีแดง น้ำตาลแดง บำรุงหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ-ปอด สมอง
หวงจือ จินจือ สีเหลือง บำรุงม้าม ระบบประสาท
ไปจือ วีจือ สีขาว บำรุงตับ ระบบทางเดินหายใจ-ปอด
เฮยจือ เฮ๋าจือ สีดำ บำรุงไต ทางเดินปัสสาวะ
จื่อจือ มู่จือ สีม่วง บำรุงกระดูก


อย่างไรก็ตามไม่ว่าเห็ดหลินจือที่จะใช้ทำยาเป็นเห็ดหลินจือพันธุ์ใด ต้องมีสีเหลืองอยู่ใต้ท้องดอกถึงจะสามารถนำมาทำเป็นยาได้ ในพจนานุกรมเห็ดตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1983 บันทึกไว้ว่า เห็ดหลินจือมีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมากกว่า 113 สายพันธุ์ โดยมีอยู่ในประเทศจีนมากที่สุดถึง 86 สายพันธุ์ ปัจจุบันสายพันธุ์ที่นิยมมีสรรพคุณทางยาดีที่สุดคือ สายพันธุ์ที่มีสีแดงหรือมีสีน้ำตาลแดง Ganoderma lucidum ซึ่งก็มีอยู่หลายสายพันธุ์ ปัจจุบันประเทศไทยสามารถเพาะเลี้ยงได้แล้ว
 
 

กำเนิด เห็ดหลินจือ - หลินจือ Lingzhi

เห็ดหลินจือ หลินจือ ราชาสมุนไพร
 
ปฐมจักรพรรดิของแผ่นดินจีนได้เขียนตำราการแพทย์ซึ่งเป็นตำราการแพทย์แผนจีนที่ใช้กันอยู่มาจนถึงปัจจุบันชื่อ "เสิ่นหนงเปิ่นเฉ่าจิง" ในตำรามีการบันทึกเรื่องราวของสมุนไพร 365 ชนิด แบ่งเป็น 3 จำพวก คือ ชั้นสูง ชั้นกลาง และชั้นต่ำ และพระองค์ได้จัดให้เห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรสุดประเสริฐที่มีสรรพคุณทางยาเป็นอันดับหนึ่ง เหนือว่าสมุนไพรอื่นใดทั้งหลายและยกย่องให้เป็น ราชาสมุนไพร เพราะสามารถ ขับพิษ ขับโรค และรักษาได้ครอบคลุมเกือบทุกโรค

 
ต่อมาในสมัยจักรพรรดิ จิ๋นซีฮ่องเต้ ยุคแผ่นดินต้าฉิน มี แพทย์ประจำสำนักนามว่า " ซีฟุ " ได้นำเห็ดหลินจือ มาใช้รักษาโรคต่างๆ ให้แก่เหล่าขุนนางในราชสำนักที่เจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคกระหายน้ำซึ่งป่วยกันมาก (โรคกระหายน้ำก็คือโรคเบาหวานในปัจจุบัน) ด้วยเหตุนี้เอง จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้จึงมีพระราชประสงค์ที่จะเป็นเซียน (มีอายุยืนยาว) ด้วย ยาเซียน เห็ดหลินจือ ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้หลินจือจำนวนมากเพื่อให้ซีฟุแพทย์ประจำราชสำนักปรุงเป็นโอสถนำมาถวาย
 
จึงได้ตราเป็นกฎมณเฑียรบาลความว่า "ราษฎรผู้ใดหาเห็ดหลินจือได้ต้องนำมาถวายราชสำนักเพียงเท่านั้น โดยราชสำนักจะตอบแทนเป็นรางวัลด้วยที่ดินที่นา และวัวควายแล้วแต่จำนวนมากน้อย" แต่ก็ยังได้เห็ดหลินจือมาปรุงเป็นยาไม่เพียงพอ
 
จึงได้มีราชโองการให้ ซีฟุนำทหารไปแสวงหาหลินจือที่เกาะเซียน ตามที่ซีฟุถวายคำแนะนำ โดยซีฟุได้ขอเรือลำใหญ่ 40 ลำ พร้อมอาวุธ ธนู หน้าไม้ เมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ เพื่อไปค้นหาเห็ดหลินจือที่เกาะเซียน
 
เห็ดหลินจือ หลินจือ ราชาสมุนไพร

Link: เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ [lingzhi]
สารสำคัญในเห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ รักษาโรค
เห็ดหลินจือกับโรคหัวใจ
เห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง
เห็ดหลินจือ- มะเร็งลำไส้ใหญ่
วิจัยเห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง
วิธีการบริโภคเห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ กาโน-เห็ดหลินจือแดง 6 สายพันธุ์ รากและดอก
 
 
Book Reference:
หนังสือ "หลิงจือ กับ ข้าพเจ้า" โดย นพ. บรรเจิด ตันติวิท
หนังสือ "การเพาะเห็ดหลินจือ" โดย สาธิต ไทยทัตกุล นักวิจัยแห่งชาติ
 
Related Link: [WebSite External Reference]
 
Copyright @ 2008-2016 AlternativeComplete.com. All rights Reserved.